หลังเหตุการณ์ความรุนแรง+การทำนุบำรุงฟื้นฟูประเทศไทย

(ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 20100522/1905)

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา และเข้าสู่ไคลแม็กส์เมื่อคืนวันที่ ๑๙ พค. ๒๕๕๓ นับว่าเป็นเรื่องที่สร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชนไทยมากที่สุด ครั้งนี้ มีความรุนแรงที่สูงกว่าครั้งใดๆ ในอดีต เรามักจะพบว่า “ความรุนแรง” มักจะมาคู่กับ “รัฐประหาร” แต่ครั้งนี้คงจะไม่สามารถสรรหาคำๆเดียวมาอธิบายได้ สามารถพูดว่าอะไรก็ได้ ถูกทุกข้อ เช่น การชุมนุมประท้วงรัฐบาล การก่อการร้าย การใช้ความรุนแรง การนำทหารเข้าสยบการชุมนุม การเผาบ้านเผาเมือง การใช้เด็ก สตรี คนชรา เป็นเกราะกำบัง การยิงลูกระเิบิดรายวัน ยึดโรงพยาบาล เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมไม่เลิกและรัฐบาลต่างก็มี “นวัตกรรม” ใหม่ๆออกมามากมาย และเมื่อเหตุการณ์สงบ คนไทยทุกคน ควรจะขอบคุณและชมเชยการสั่งการของนายกรัฐมนตรี และการทำงานของทีมงาน ศอฉ. ตลอดจนไปถึงทหาร ในระดับผู้บังคับบัญชาและผู้ปฏิบัติทั้งหมด ที่อาศัยความอดทน อดกลั้น ในการรักษาความสงบโดยที่ทุกท่านยอมเหนื่อย ยอมเจ็บปวดจากการตำหนิของกองเชียร์ที่เข้าข้างรัฐบาลเป็นอย่างมาก ผมขอสดุดีท่านนายกรัฐมนตรี ที่ไม่วู่วาม เร่งการเข้าโจมตีในสภาวะที่ไม่ปลอดภัย จนถึงเช้าวันที่ ๑๙ พค. และแม้แกนนำจะ “แสดง”การมอบตัวแล้ว ท่านก็ไม่หลงกลฝ่ายที่บ่อนทำลายประเทศ ไม่วู่วามที่จะเข้าไปอยู่ในกองอาวุธร้ายแรงและนักรบฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล หรือทำการใดๆที่เข้าทางฝ่ายตรงข้าม ซึ่งต้องการทำอะไรก็ได้ ที่จะให้รัฐบาลนี้หลงกล กลายเป็นทรราชฆ่าประชาชน แต่แล้วก็ทำไม่สำเร็จ นวัตกรรมที่สำคัญที่สุด คือ การทำงานของฝ่ายรัฐบาล ที่ทำให้เกิดความสูญเสียในชีวิตของประชาชนน้อยที่สุด และการไม่หลงกลที่จะใช้กำลังเร็วเกินไปจนถูกกล่าวหาว่าไม่ชอบธรรมที่จะเป็นรัฐบาลอีกต่อไป และการยุติโดยไม่ต้องจบที่การปฏิวัติ/รัฐประหาร

อ่านต่อ…

Advertisements