ฟื้นฟูประเทศไทย

(ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 20100523/1906)

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา และเข้าสู่ไคลแม็กส์เมื่อคืนวันที่ ๑๙ พค. ๒๕๕๓ นับว่าเป็นเรื่องที่สร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชนไทยมากที่สุด ครั้งนี้ มีความรุนแรงที่สูงกว่าครั้งใดๆ ในอดีต เรามักจะพบว่า “ความรุนแรง” มักจะมาคู่กับ “รัฐประหาร” แต่ครั้งนี้คงจะไม่สามารถสรรหาคำๆเดียวมาอธิบายได้ สามารถพูดว่าอะไรก็ได้ ถูกทุกข้อ เช่น การชุมนุมประท้วงรัฐบาล การก่อการร้าย การใช้ความรุนแรง การนำทหารเข้าสยบการชุมนุม การเผาบ้านเผาเมือง การใช้เด็ก สตรี คนชรา เป็นเกราะกำบัง การยิงลูกระเิบิดรายวัน ยึดโรงพยาบาล เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมไม่เลิกและรัฐบาลต่างก็มี “นวัตกรรม” ใหม่ๆออกมามากมาย และเมื่อเหตุการณ์สงบ คนไทยทุกคน ควรจะขอบคุณและชมเชยการสั่งการของนายกรัฐมนตรี และการทำงานของทีมงาน ศอฉ. ตลอดจนไปถึงทหาร ในระดับผู้บังคับบัญชาและผู้ปฏิบัติทั้งหมด ที่อาศัยความอดทน อดกลั้น ในการรักษาความสงบโดยที่ทุกท่านยอมเหนื่อย ยอมเจ็บปวดจากการตำหนิของกองเชียร์ที่เข้าข้างรัฐบาลเป็นอย่างมาก ผมขอสดุดีท่านนายกรัฐมนตรี ที่ไม่วู่วาม เร่งการเข้าโจมตีในสภาวะที่ไม่ปลอดภัย จนถึงเช้าวันที่ ๑๙ พค. และแม้แกนนำจะ “แสดง”การมอบตัวแล้ว ท่านก็ไม่หลงกลฝ่ายที่บ่อนทำลายประเทศ ไม่วู่วามที่จะเข้าไปอยู่ในกองอาวุธร้ายแรงและนักรบฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล หรือทำการใดๆที่เข้าทางฝ่ายตรงข้าม ซึ่งต้องการทำอะไรก็ได้ ที่จะให้รัฐบาลนี้หลงกล กลายเป็นทรราชฆ่าประชาชน แต่แล้วก็ทำไม่สำเร็จ นวัตกรรมที่สำคัญที่สุด คือ การทำงานของฝ่ายรัฐบาล ที่ทำให้เกิดความสูญเสียในชีวิตของประชาชนน้อยที่สุด และการไม่หลงกลที่จะใช้กำลังเร็วเกินไปจนถูกกล่าวหาว่าไม่ชอบธรรมที่จะเป็น รัฐบาลอีกต่อไป และการยุติโดยไม่ต้องจบที่การปฏิวัติ/รัฐประหาร

ผมขอชื่นชมในการทำงานของ ศอฉ. และขอเอ่ยนามพันเอกสรรเสริญ แก้วกำเนิด ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ยิ่งใหญ่มาก ด้วยความสุขุม รอบคอบ ใช้ภาษาไทยได้ดี ชัดเจนที่สุด หลังจากสงครามนี้แล้ว ผมคิดว่าทั้งท่านนายกฯ และ พ.อ.สรรเสริญ น่าจะได้รับปริญญาดุษฎีบัญฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยที่เอาจริงเอาจัง เรื่องสังคมศาสตร์หรือเรื่องสันติวิธี อยากเรียนเสนอท่าน ผบ.ทบ.ให้พิจารณาคุณความดีของพ.อ.สรรเสริญ เลื่อนยศไปถึงขั้นพลตรีหรือพลโทได้เลยครับ ผมขอชมเชย ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ที่ได้ทำหน้าที่อย่างแข็งขันเช่นเดียวกัน สำหรับท่านอื่นๆที่ทำงานอยู่เบื้องหลังใน ศอฉ. นั้นไม่สามารถจะทราบได้ ขอขอบคุณแบบรวมๆไปก็แล้วกันครับ

ต่อจากนี้ คงต้องเข้าสู่กระบวนการเยียวยาจิตใจของคนไทยทุกคน ที่ร่วมฝันร้ายสุดๆมาด้วยกัน การฟื้นฟูสถานที่และอาชีพของคนจำนวนมากที่ถูกทำลายและการเฝ้าระวังการจัด ตั้งกระบวนการที่นำไปสู่เหตุการณ์นี้

นอกจากนี้ สิ่งที่น่าจะสำคัญที่สุดที่ประชาชนกังวล คือการทำให้ตำรวจไทย ทำงานเพื่อสันติสุขของประชาชนอย่างแท้จริง เริ่มจากการนำผู้ทำความผิดทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม (การสอบสวน กล่าวหา และการดำเนินการของตำรวจ อัยการ) และการตั้งด่านของตำรวจในช่วงการประท้วงใดๆ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบว่าปราศจากอาวุธ (ที่ผ่านมา มีหลักฐานมากมายว่ามีอาวุธในพื้นที่สวนลุมพินีและราชประสงค์) ประชาชนทุกคนยังต้องพึ่งตำรวจ ในการทำหน้าที่ไม่ให้เกิดการก่อการร้ายในอนาคต สื่อปกติ (นสพ.และโทรทัศน์) ซึ่งก็ควรมีการปรับปรุงตนเองเช่นเดียวกัน

สิ่งที่อยู่ใน Roadmap ของนายกรัฐมนตรีสี่ข้อ (ไม่รวมเรื่องยุบสภา) ก็คงต้องดำเนินการไปเพื่อลดช่องว่างในสังคม ซึ่งต้นเหตุไม่น่าจะมาจากอำมาตย์ แต่มาจากระบบทุนนิยมและการบริหารประเทศด้านการให้โอกาส การกระจายรายได้ การลดการเอาเปรียบในสังคม และการทำงานของข้าราชการ  และที่สำคัญที่สุดก็คงไม่พ้นเรื่องการทำความเข้าใจความหมายของ “ประชาธิปไตย” ให้ถูกต้อง

ผมได้มีโอกาสรับทราบแหล่งข้อมูลต่างๆหลายแหล่ง ซึ่งได้กรองเอาไว้ว่าของดีๆอยู่ที่ไหน เพื่อกันลืม จึงขอแบ่งปันในที่นี่เสียเลย

ประเภททางออกประเทศไทย

  • บทความของท่าน ว.วชิรเมธี เรื่อง ฝ่าความมืดด้วยแสงไฟ ฝ่าวิกฤติเมืองไทยด้วยแสงธรรม
  • การปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมในที่สาธารณะของประเทศไทย รวมทั้งวิธีปฏิบัติของผู้ที่มีอำนาจรักษากฎหมาย — อ่านบทความเกี่ยวกับ กฎหมายอังกฤษ โดย สัญญา บุนนาค และบทความเกี่ยวกับ การชุมนุมในที่สาธารณะของต่างประเทศ โดย ปกรณ์ นิลประพันธ์ (ดู UK Public Order Act 1986)
  • ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เสนอให้ใช้ยุทธศาสตร์ โลกาภิวัตน์พัฒนาร่วมกับชุมชนท้องถิ่นพัฒนาร่วมกัน สร้างรัฐสวัสดิการ พัฒนาประเทศ
  • สมเถา สุจริตกุล เขียนว่า ผมเขียนจดหมายฉบับนี้ถึงพวกคุณเพราะในช่วง หกสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายครั้งที่ผม โกรธ บ่อยครั้งที่ผมผิดหวัง ฝันสลายและอึดอัดใจ แต่มีครั้งเดียวในห้วงเหตุการณ์อันน่าเจ็บปวดทั้งหมดนี้ที่ทำให้ผมน้ำตาไหล นั่นคือเมื่อแกนนำของคุณ คุณวีระ มุสิกพงศ์ เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ และพูดเรื่องความฝัน ความผิดหวัง ความหวังที่ยังเหลืออยู่ของเขา เมื่อควันจาง จะมีคนบอกคุณว่าพวกคุณถูกหลอก ถูกล่อลวง ถูกซื้อและถูกทรยศ ว่าคุณเป็นแค่เครื่องมือของพวกคนชั่วที่จริงๆ  แล้ว ไม่สนใจว่าคุณจะมีชะตากรรมยังไง ว่าคุณเป็นผู้ก่อการร้าย นักวางเพลิง พวกทำลายวัฒนธรรม พวกเกลียดเจ้า จะมีคนกล่าวว่าคุณทำลายภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาต่างชาติและขวางการฟื้นตัว ของเศรษฐกิจ ที่ร้ายที่สุดคือเขาจะบอกว่าคุณทุกคนเป็นพวกไม่รู้เรื่องราวที่ใช้สิทธิใช้ เสียงทางการเมืองอย่างผิด ๆ เพราะคุณไม่เข้าใจประชาธิปไตย ….
    — ขอเชิญอ่านบทความเต็มของคุณสมเถาได้ที่ An Open Letter to the Red Shirts – หรือฉบับแปลเป็นไทย จดหมายเปิดผนึก ถึง กลุ่มคนเสื้อแดง อย่าลืมอ่านความเห็นต่างๆด้วยนะครับ (เพิ่มเมื่อ 20100522/19:05)

ประเภทบันทึกเหตุการณ์

ประเภทเขียนประท้วงสื่อต่างชาติรายงานเพี้ยน

ประเภทรวมรวมหลักฐานจากสื่อสาธารณะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s