ดูระดับน้ำกลางกรุงเช้าวันนี้ (๖ พย.๒๕๕๔)

ระดับน้ำคลอง ใน กทม.

เว็บดูระดับน้ำในคลองของ กทม. (โดยสำนักการระบายน้ำ) ช่วยให้ผมสามารถดูระดับน้ำในคลองต่างๆได้จากที่บ้าน   จึงขอแบ่งปันมาให้ดูกัน ท่านที่อยากกดดูเองสดๆ ก็ทำได้เลยครับ เข้าไปที่ http://dds.bangkok.go.th/Canal/ จากนั้นก็เลือกชื่อคลองจากเมนูทางซ้ายมือ ก็จะได้ผังแสดงลักษณะของคลอง ช่วงต่างๆและตำแหน่งที่ตั้งเครื่องวัด ด้านล่างของผังก็จะเป็นภาพหน้าตัด แสดงความสูงของตลิ่ง และความสูงของระดับน้ำ ที่ไหนก็ตามที่มีระดับน้ำสูงกว่าระดับตลิ่ง ก็แปลงว่าน้ำล้นตลิ่ง ท่วมถนนหรือบ้าน ขอเชิญชมตัวอย่างของคลองเปรมประชากร ที่ผมเข้าไปดูเมื่อ ๘ น. เช้านี้ครับ ทำให้ทราบว่า มีน้ำท่วมที่บริเวณวัดเทวสุนทร

ลองดูภาพจากคลองอื่นๆบ้าง เช่น คลองสามเสน ซึ่งรับน้ำต่อจากคลองเปรมมาลงที่แม่น้ำเจ้าพระยาที่ ถนนพระราม ๕

บ้านผมอยู่ใกล้คลองสามเสน และได้ประโยชน์จากคลองนี้อย่างมาก เพราะ กทม.มีการสูบน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาได้เป็นอย่างดี  ปกติคลองนี้จะปิดประตูน้ำตลอด เพราะมีการสูบออกให้ระดับต่ำกว่าแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่เสมอ เวลาฝนตกแรงๆ จนน้ำท่วม ฝนหยุดเดี๋ยวเดียว ถนนก็แห้ง

วันนี้น้ำท่วมถนนวิภาวดีรังสิตมาจนถึงห้าแยกลาดพร้าว ภาพข้างล่างเป็นข้อมูลเกี่ยวกับคลองลาดพร้าวและบางซื่อครับ ทำให้เราทราบว่ามีน้ำท่วมในช่วงวัดลาดพร้าวและเสนานิคมอยู่พอควร

คงจะมีหลายท่านที่อยากทราบระดับของคลองแสนแสบ เพราะบ้านท่านอยู่ใกล้ ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ และสุขุมวิท ด้านซอยเลขคี่ เช้านี้คลองแสนแสบ สภาพดีครับ ไม่มีน้ำล้นตลิ่งที่ไหนเลย แต่ก็สมควรเฝ้าระวังครับ

น้าบนผิวถนนใน กทม.

ผมเน้นการดูระดับน้ำในคลองมากกว่าบนถนน เพื่อให้เราสามารถ “คิดล่วงหน้า” ก่อนน้ำจะมาถึง เพราะระดับน้ำในคลอง หากใกล้หรือเริ่มจะล้นตลิ่ง ทำให้เรามีเวลาเตรียมตัวหนี  ระดับน้ำบนถนนเป็นสิ่งสุดท้ายครับ เมื่อน้ำท่วมถนน ก็แปลว่ามันเต็มคลอง เต็มท่อระบายน้ำจนหมดเกลี้ยงแล้ว จึงโผล่มาที่ถนน  ในทางกลับกัน เมื่อน้ำท่วมแล้ว สิ่งที่เราอยากดูจากระยะไกล คือ ระดับน้ำบนถนน เมื่อใดน้ำจะลดลงจากถนน ผู้คนจะได้ใช้สัญจรได้  เราสามารถนำมาใช้วางแผนการเดินทาง  อีกไม่นานเกินรอ พวกเราก็คงอยากเข้า Traffy หรือ Google Earth ชนิดที่บอกเรื่องน้ำท่วมถนนได้ด้วย เพิ่มเติมจากที่บอกสภาวะการจราจร

ท่านที่สนใจจะดูน้ำท่วมถนน เชิญเข้าไปที่ http://dds.bangkok.go.th/Floodmon/ และเลือกถนนใกล้บ้านท่านได้เลย หากอยากจะดูน้ำท่วม ผมขอนำภาพจาก  “FL10 ซอยแจ้งวัฒนะ 14” ซึ่งรายงานว่า ตอนนี้ท่วมตั้ง ๖๖ ซม.

ระบบการตรวจวัดจากระยะไกล (โทรมาตร) เช่นนี้ มีประโยชน์มากต่อประชาชน และช่วยให้เราทราบข้อเท็จจริงด้วยการอ่านค่าจากเครื่องวัดโดยตรง ไม่ต้องผ่านการรายงาน การทำข่าว ซึ่งมักจะมีการลดทอนความแม่นยำของข้อมูล หรือผิดเพี้ยนไประหว่างการนำเสนอ  เสียอย่างเดียว ระบบในวันนี้ ใช้ยากไปหน่อย เพราะต้องเข้ามาที่หน้าจอนี้ก่อน แล้วต้องกดเรียกทีละถนน ผมจะสร้าง social network ที่มีหน้ารายงานต่างๆแยกเป็นคนละเว็บไปเลยไม่ได้  เรียกจาก iPad หรือ iPhone ก็ไม่ได้ เนื่องจากเป็น Flash   สิ่งที่ขะง่ายทีสุดก็คือการแสดงเป็นแผนที่ถนนและคลอง เมื่อเมาส์ไปอยู่ที่ถนนหรือคลอง  สถานภาพของจุดนั้นก็จะ pop up ขึ้นมาให้เราดูทันที    หวังว่าคงไม่นานเกินรอ เราน่าจะได้สิ่งนี้มาใช้ประโยชน์  ในวันนี้ก็นับว่าพอเพียงครับ

ทวีศักดิ์ กออนันตกูล
20111106- 10:08

Advertisements

สร้างชาติด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.)

วันนี้ผมได้ไปร่วมงาน สมัชชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อการพัฒนา ครั้งที่ ๘ จัดโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ ท่านนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะไปเปิดงานและกล่าวปาฐกถา ซึ่งมีสาระสำคัญที่จะดีกับประเทศไทยอย่างมากเลยครับ กล่าวคือ เป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการ ต่อหน้าผู้เข้าร่วมงานกว่า ๑,๐๐๐ คน ว่า ในการปฏิรูปการศึกษารอบที่ ๒ จะเน้นคนเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษามากขึ้น เพิ่มความสามารถในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทย สร้างแรงจูงใจให้กับคนที่ทำงานด้วยความรู้ และจะผลักดันให้มีการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาให้ถึง ๑% ของ GDP ประเทศไทย (จาก ๐.๒๕% ในปัจจุบัน ซึ่งในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ไม่มีเพิ่มเลย) ทั้งนี้ ท่านกล่าวว่าท่านเริ่มโดยการให้เงิน ๙,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อการวิจัยและพัฒนา ในโครงการ ไทยเข้มแข็ง ที่กำลังเริ่มขึ้น

H E Prime Minister Abhisit Vejajiva at Thailand's Science, Technology and Innovation Assembly

H E Prime Minister Abhisit Vejajiva at Thailand's Science, Technology and Innovation Assembly

ท่านนายกรัฐมนตรีเน้นว่า ประเทศไทยมีโอกาสดีจากอุตสาหกรรมอาหาร และการพัฒนาพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แล้ว ว่า วทน. มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มมูลค่าของประเทศไทยแน่นอน ดังนั้น เราต้องทุ่มการวิจัยและพัฒนาที่ส่งผลสู่เศรษฐกิจ การจ้างงาน และความเข้มแข็งของสังคมไทย

ที่ผมประทับใจ คือสิ่งเพิ่มเติม ที่นายกฯพูดถึงอีกสองเรื่อง คือ

  • สังคม-การเมือง-ความมั่นคง ต้องพึ่ง วทน.มากขึ้น
  • ความสามารถของเด็กไทย
  • ต้องมีการสนับสนุนกันมากขึ้น โดยท่านยกตัวอย่างโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

งานนี้ ถือว่าเป็นการเปิดตัวคำว่า วทน. กันอย่างเป็นทางการ และเชื่อว่าต่อจากนี้ไป วทน.คงจะติดตลาดมากขึ้น พอๆกับชื่อของท่านรัฐมนตรี (ซึ่งพบว่าในวันนี้ Google พบเอกสารที่มีคำว่า “คุณหญิงกัลยา” ๑๑๙,๐๐๐ ครั้ง) ผมคาดการณ์ส่วนตัว ว่าอีกไม่นาน ชื่อกระทรวงก็อาจจะเปลี่ยนเป็นกระทรวง วทน.ก็เป็นได้ เพราะคำว่า นวัตกรรม เป็นการประกาศว่า นำ ว.และ ท. ไปทำประโยชน์ และทำเงิน

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คุณหญิง ดร.กัลยา โสภณพนิช ได้กล่าวว่า ได้ตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐ-เอกชนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (กรอ.วท.) ขึ้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างงานของกระทรวงกับภาคเอกชน และเป็นกลไกสำคัญ ที่จะเพิ่มความเข้มข้นของการวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมอย่างเป็นระบบ โดยมีคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรม (กวทน.) ทำหน้าที่ผลักดันความสำคัญของวทน.เข้าสู่คณะรัฐมนตรีตามกฎหมายใหม่ของกระทรวง โดยมุ่งเป้าประสงค์คือ ทำให้คนมีงาน มีรายได้ และมีชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ จะโยงกับการศึกษา เพื่อเกิดความยั่งยืนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

Khunying Dr Kalaya Sophonpanit, Thailand's Science, Technology and Innovation Assembly 2009

Khunying Dr Kalaya Sophonpanit, Thailand's Science, Technology and Innovation Assembly 2009

คุณหญิงกัลยา ได้เล่าเรื่องความสำเร็จที่สำคัญๆ ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯที่เป็นที่ประจักษ์หลายเรื่อง ซึ่งถือได้ว่า สามสิบกว่าปีของกระทรวง และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจำนวน ๑๐ แผน น่าจะเพียงพอแล้ว ที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้เริ่มต้นใช้ วทน.พัฒนาประเทศอย่างจริงจัง เริ่มช้าก็ยังดีกว่าไม่เริ่ม และ กรอ.วท. ก็จะเป็นก้าวแรกของการทำงานเชิงรุก

คุณอดิศักดิ์ โรหิตะศุน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงความต้องการ วทน.จากภาคเอกชน และบทบาทที่คาดหวัง ว่าภาครัฐจะดำเนินการในเชิงสนับสนุน ในสิ่งที่ภาคเอกชนไม่สามารำทำได้โดยลำพัง ทั้งนี้ การที กรอ.วท. เป็นสิ่งที่สำคัญ และทางสภาอุตสาหกรรมเอง ก็จะขอเสนอให้เพิ่มรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เข้าไปใน กรอ. ที่มีมานานแล้ว แต่ไม่เคยมีกระทรวงวิทยาศาสตร์อยู่ร่วมเลย

ผมอยู่ร่วมประชุมกลุ่มย่อยจนถึงท้ายรายการ มีบันทึกในสมุดอีกมากมายที่คิดว่าดี บันทึกนี้ ขอข้ามปาฐกถาพิเศษ โดย Dr.Young-Ok Ang ซึ่งน่าประทับใจมาก

เอาเป็นว่า ท่านที่สนใจดูเอกสารเต็มๆจากการประชุมสมัชชา ขอเชิญที่ http://www.most.go.th/congress2009 ครับ ส่วนผมเองว่างเมื่อไหร่ จะเขียนมาเล่าให้อ่านกันอีกครับ เชิญแสดงความเห็นตามอัธยาศัย…

ทวีศักดิ์ กออนันตกูล
๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๒

รำลึก อาจารย์สิปปนนท์

วันนี้ ผมขอส่งข่าว
รางวัลสิปปนนท์ สำหรับผู้ทำคะแนนสอบ O-NET สูงสุดของประเทศ
สาขาวิทยาศาสตร์

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 52
วังสวนผักกาด

ศาสตราจารย์ ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2549 ตลอดการดำเนินชีวิต ถือเป็นแบบอย่างในการสร้างคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดิน จากปณิธานของศาสตราจารย์ ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต ก่อให้เกิดการจัดตั้งกองทุน “ศาสตราจารย์ ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต” โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการได้แก่ ประการแรกเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ ศาสตราจารย์ ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต ผู้มีคุณูปการอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการศึกษา สังคม และวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยในหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประการที่สอง เพื่อเป็นการเชิดชูสัญลักษณ์แห่งความรู้
คู่คุณธรรม ซึ่งศาสตราจารย์ ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต ได้ยึดมั่นมาตลอดการดำเนินชีวิต และประการสุดท้าย เพื่อเป็นการริเริ่มกิจกรรมและเสริมสร้างความเข้มเข็งให้กับวงการการศึกษาและวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยตามปณิธานของ ศาสตราจารย์ ดร.สิปปนนท์

กองทุนฯ จึงดำเนินงานและจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ในการเสริมสร้างรากฐานและความก้าวหน้าให้กับแวดวงการ การศึกษาและวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย โดยหนึ่งในกิจกรรมของกองทุน คือ การมอบ “รางวัลสิปปนนท์” แก่นักเรียนที่สอบ O-NET ได้คะแนนสูงสุดของประเทศไทยในรายวิชาวิทยาศาสตร์

งานมอบ “รางวัลสิปปนนท์” เกิดขึ้นจากการร่วมมือของหลายหน่วยงาน ได้แก่ กองทุนศาสตราจารย์ ดร. สิปปนนท์ เกตุทัต สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน, สทศ.) ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยใน พระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ และมูลนิธิบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (บวท.) ได้ร่วมกันจัดงานเพื่อมอบ “รางวัลสิปปนนท์” ให้แก่ผู้ที่ทำคะแนนสูงของประเทศในการทดสอบ O-NET สาขาวิทยาศาสตร์เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวในการศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการเสริมสร้างรากฐานและความก้าวหน้าให้กับแวดวงการศึกษาและวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยโดยเป็นไปตามปณิธานของ ศาสตราจารย์ ดร. สิปปนนท์ เกตุทัต

สำหรับในปีนี้ มีผู้ได้รับรางวัลสิปปนนท์ 7 คน ด้วยกันได้แก่

1. รางวัลผู้ทำคะแนนทดสอบ O-NET ในสาขาวิทยาศาสตร์สูงสุด จำนวน 1 รางวัล (เกียรติบัตร และ เงินรางวัล 10,000 บาท) ได้แก่

นายพชรพล สุเทพารักษ์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

2. รางวัลผู้ทำคะแนนทดสอบ O-NET ในสาขาวิทยาศาสตร์ อันดับที่ 2
จำนวน 6 รางวัล (เกียรติบัตร และ เงินรางวัล 5,000 บาท)
ได้แก่

1. น.ส.จิรัญญา ตีระวณิชย์ โรงเรียนนารีรัตน์ จ.แพร่

2. น.ส.ชนม์ฤทัย ตั้งกิตติถาวร โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

3. น.ส. นันทนัช วุฒิไกรวิทย์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

4. นายภัทร พรานุสร โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) 2

5. นายวศิระ วิบุลศิลป์ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช

6. นายสมรัฐชาติ มณีวงศ์ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร สนามจันทร์