ความรู้เรื่องจุลินทรีย์ที่ไม่ส่งผล… (ineffective Microorganisms)

เหตุใดบ้าง ที่ทำให้จุลินทรีย์ไม่effective

เมื่อวันที่ ๕ พย. ผมได้ไปร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ฯ วุฒิสภา  ขอชื่นชมคณะกรรมาธิการครับ ที่มีความห่วงใยประชาชนในเรื่องที่เป็นประเด็นโต้เถียง หลังจากเข้าไปร่วมประชุมในวันนี้แล้ว เรื่องราวที่เกี่ยวกับ จุลินทรีย์ที่มีผล เริ่มจะชัดเจนขึ้นอีก เพราะมีผู้เชี่ยวชาญ มายืนยันกับคณะกรรมาธิการว่า

  • การนำเชื้อหมัก หรือจุลินทรีย์มาใช้ทำลูกบอลนั้น หากเป็นเชื้อหมักที่ใช้ต่อๆกันมาโดยการขยายจำนวน แล้วนำมาใช้ ใกล้หมดแล้วมาขยายอีก ทำไปหลายๆรอบ อาจจะไม่มีจุลินทรีย์ดีๆเหลืออยู่ /
  • การทำบอล หากนำไปตากแดด มันแห้งแล้วก็สิ้นสุดชีวิต ทิ้งลงไปก็คือก้อนน้ำตาลและรำ จะทำให้น้ำเน่า ต้องเก็ยไว้ประมาณ๗ วัน ให้จุลินทรีย์ในลูกบอลกินน้าตาลกับรำจนเหลือน้ำตาลต่ำกว่า ๕% ก่อน จะได้จุลินทรีย์จำนวนมาก และน้ำตาลลดน้อยลง ณ จุดนี้ มันก็เป็นก้อนจุลินทรียที่พร้อมใช้ (effective) โยนลงในน้ำได้  /
  • เก็บลูกบอลจุลินทรีย์ไว้เกิน ๑ เดือน มันเสื่อมสภาพ นำไปใช้แล้วก็จะไม่ได้ผล  /
  • ลูกบอลจุลินทรีย์ที่ปั้นเสร็จใหม่ๆ ยังมีอายุไม่ครบ ๕ ถึง ๗ วัน ตามสูตร หากโยนลงไปก่อนที่มันจะพร้อมทำงาน ก็จะเป็นก้อนที่มีจุลินทรีย์น้อย น้ำตาลและรำข้าวแยะ และไม่พร้อมใช้ (ineffective)  /
  • จุลินทรีย์ชนิดผง ที่จริงแล้ว คือสปอร์ ต้องนำไปละลายน้ำก่อน มันจึงจะพร้อมทำงาน (กรณีของ GPO Klean ขององค์การเภสัชกรรม) ส่วนของกรมพัฒนาที่ดิน ที่เรียกว่า พด. ๖ ต้องนำไปหมักก่อน จึงจะใช้ได้ สูตรหมัก ต้องนำไผสมกับน้ำ น้ำตาล วัสดุอินทรีย์สด กวนเข้าด้วยกัน ใช้เวลา ๕-๗ วัน จึงจะใช้ได้ เวลาหมัก ต้องกวนทุกสองวัน ปิดฝาแบบไม่สนิท  หลังจากเตรียมจนพร้อมใช้ จึงจะเทราดได้

โดยสรุปแล้ว ผมได้เรียนรู้คำใหม่ ที่ไม่มีใครพูดถึง คือ น้ำจุลินทรีย์ และก้อนจุลินทรีย์ที่ “ไม่มีผล” (Ineffective Microorganism) ว่าหากไม่เคยทำมาก่อน หรือไม่เคยเป็นเกษตรกรที่มีประสบการณ์ เราอาจจะทำอะไรที่ไม่ได้ผล และแถมทำให้น้ำเน่าเพิ่มขึ้น  ดังนั้น เวลารับลูกบอลจุลินทรีย์มา ก่อนใช้ ท่านอาจจะต้องตั้งคำถามที่ทำให้ท่านมั่นใจได้ว่า มันจะ effective

สถานที่ที่จะใช้ได้ผล

  • อย่าลึกเกิน ๒ เมตร  /
  • ต้องเป็นที่น้ำขังนิ่ง ไม่ใช่ที่น้ำไหล

ข้อคิดอื่นๆ

  • การเก็บขยะประเภทเศษอาหาร (อินทรีย์) ไม่ให้แช่น้ำ จะช่วยลดภาวะน้ำเน่า ลดปัญหาตั้งแต่ต้น  /
  • อย่าลืมเปิดหน้าต่างให้แสงแดดส่องเข้ามาในพื้นที่น้ำขัง  พวกสาหร่าย ตะไคร่น้ำ จะช่วยสร้างอากาศ  (ออกซิเจน) ให้กับน้ำ จุลินทรีย์ประเภทใช้อากาศจะได้ช่วยลดน้ำเน่า  /
  • ยกถุงทรายออกบ้าง ให้น้ำไหล จะช่วยเพิ่มออกซิเจน  /
  • เปิดปั๊มทำให้น้ำไหลเวียนบ้าง จะช่วยเพิ่มออกซิเจน  /
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับน้ำเน่าให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ อย่าปล่อยให้เด็กเล่นน้ำ หลีกเลี่่ยงไม่ให้น้ำเข้าตา เข้าปาก เข้าแผล อาจะทำให้ป่วยหนักได้  /

ขอขอบคุณท่านประธานกรรมาธิการ นิลวรรณครับ ที่ได้ชวนเข้าไปร่วมประชุมครับ

ทวีศักดิ์

Advertisements

หลังเหตุการณ์ความรุนแรง+การทำนุบำรุงฟื้นฟูประเทศไทย

(ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 20100522/1905)

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา และเข้าสู่ไคลแม็กส์เมื่อคืนวันที่ ๑๙ พค. ๒๕๕๓ นับว่าเป็นเรื่องที่สร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชนไทยมากที่สุด ครั้งนี้ มีความรุนแรงที่สูงกว่าครั้งใดๆ ในอดีต เรามักจะพบว่า “ความรุนแรง” มักจะมาคู่กับ “รัฐประหาร” แต่ครั้งนี้คงจะไม่สามารถสรรหาคำๆเดียวมาอธิบายได้ สามารถพูดว่าอะไรก็ได้ ถูกทุกข้อ เช่น การชุมนุมประท้วงรัฐบาล การก่อการร้าย การใช้ความรุนแรง การนำทหารเข้าสยบการชุมนุม การเผาบ้านเผาเมือง การใช้เด็ก สตรี คนชรา เป็นเกราะกำบัง การยิงลูกระเิบิดรายวัน ยึดโรงพยาบาล เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมไม่เลิกและรัฐบาลต่างก็มี “นวัตกรรม” ใหม่ๆออกมามากมาย และเมื่อเหตุการณ์สงบ คนไทยทุกคน ควรจะขอบคุณและชมเชยการสั่งการของนายกรัฐมนตรี และการทำงานของทีมงาน ศอฉ. ตลอดจนไปถึงทหาร ในระดับผู้บังคับบัญชาและผู้ปฏิบัติทั้งหมด ที่อาศัยความอดทน อดกลั้น ในการรักษาความสงบโดยที่ทุกท่านยอมเหนื่อย ยอมเจ็บปวดจากการตำหนิของกองเชียร์ที่เข้าข้างรัฐบาลเป็นอย่างมาก ผมขอสดุดีท่านนายกรัฐมนตรี ที่ไม่วู่วาม เร่งการเข้าโจมตีในสภาวะที่ไม่ปลอดภัย จนถึงเช้าวันที่ ๑๙ พค. และแม้แกนนำจะ “แสดง”การมอบตัวแล้ว ท่านก็ไม่หลงกลฝ่ายที่บ่อนทำลายประเทศ ไม่วู่วามที่จะเข้าไปอยู่ในกองอาวุธร้ายแรงและนักรบฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล หรือทำการใดๆที่เข้าทางฝ่ายตรงข้าม ซึ่งต้องการทำอะไรก็ได้ ที่จะให้รัฐบาลนี้หลงกล กลายเป็นทรราชฆ่าประชาชน แต่แล้วก็ทำไม่สำเร็จ นวัตกรรมที่สำคัญที่สุด คือ การทำงานของฝ่ายรัฐบาล ที่ทำให้เกิดความสูญเสียในชีวิตของประชาชนน้อยที่สุด และการไม่หลงกลที่จะใช้กำลังเร็วเกินไปจนถูกกล่าวหาว่าไม่ชอบธรรมที่จะเป็นรัฐบาลอีกต่อไป และการยุติโดยไม่ต้องจบที่การปฏิวัติ/รัฐประหาร

อ่านต่อ…