Broadband Service ในยุโรปและญี่ปุ่น – เมษายน 2553

ในช่วง “เมษาเดือด ๒๕๕๓ ในประเทศไทย” ผมพลาดโอกาสที่จะอยู่ตามสถานการณ์ในประเทศไทยเนื่องจากเดินทางต่างประเทศ แต่ก็รู้สึกว่าได้รับฟังข่าวสารเพิ่มเติมอีกแบบหนึ่ง โดยส่วนที่สามารถตามได้จากสื่อไทยและคนไทย สามารถทำได้อย่างใกล้ชิด นับว่าเป็นครั้งแรก ที่เรามีสื่อที่มาจากกลุ่มคน (social media) ที่สามารถติดตามได้ทาง twitter และ facebook ได้อย่างสบาย สื่อรัฐและสื่อมวลชนทั่วไปในวันนี้ ผมเห็นว่าลดความสำคัญลงไปเยอะ การได้ฟังข่าวจากผู้สือข่าวในสนาม เช่น @sresuda @ekarat หรือท่านที่ติดตามข่าวสด และนำมาเล่าต่อ เช่น @smartbrain ช่วยให้ได้รับทราบข่าวสารจากบุคคลที่เรารู้จักได้ดี ผมได้อ่านสื่อต่างชาติทั้งที่เป็นโทรทัศน์และนสพ.ต่างประเทศ ผ่านตัวเล่มจริงๆ ซึ่งน่าสนใจกว่าอ่านออนไลน์ เพราะ “ตำแหน่ง” ของข่าวก็แสดงความสำคัญ ข่าวไทยไม่สงบ ปรากฎอยู่หน้าแรกบ้าง แต่ส่วนใหญ่อยู่ภายในเล่ม และการวิเคราะห์ของต่างชาติ ค่อนข้างเป็นไปในทางที่ตื้นๆ (แต่เขียนเก่ง) โดยมองตามมุมมองของสังคมประชาธิปไตย กล่าวคือ เขาคิดว่าคนไทยรู้จักประชาธิปไตย เขาคิดว่าทั้งตำรวจและทหาร ทำงานตามนโยบายรัฐบาลทั้งหมด และเขาคิดว่ารัฐบาลมีเอกภาพ เขาไม่เข้าใจในความลึกซึ้งต่างๆที่ปรากฏออกมาเป็น “อาการที่มองเห็น”

เนื่องจากข่าวการเมือง/การก่อการร้าย มีท่วมสื่อ จนทำให้หลายท่านกลุ้มใจ มองหาทางออกไม่ได้ วันนี้ ผมขอชวนคุยเรื่องอื่นบ้างเพื่อช่วยผ่อนคลายครับ

บรัสเซล (เบลเยี่ยม) เยอรมนี (มักเดเบอร์ก)

ผมอยากเล่าถึงความช้าและความแพงของการใช้ Internet จากโรงแรมในเบลเยี่ยมและเยอรมนี ทั้งสองประเทศมีส่วนทีเหมือนกันคือ ระบบ Wireless security ดีมากๆ ออกไปตามถนนและอยู่ในโรงแรม ไม่พบ access point ใดเลยที่แอบใช้ฟรี ทุกตัว ติดตัวติดตั้งระบบป้องกันหมด ดีกว่าหลายๆเมืองในอเมริกาและเอเซีย

ในโรงแรมที่พักในนครบรัสเซล เขาให้ใช้ wireless access ฟรีครั้งละ ๓๐ นาที โดยใช้คูปองของบริษัท Swisscom หมดแล้ว ขอใหม่ได้ แต่จำกัดการใช้อยู่ที่ห้แองโถงชั้นล่างเท่านั้น เป็นคูปองชนิดใช้ได้เพียง session เดียว หากจะใช้ในห้อง สามารถซื้อคูปองชั่วโมงละ ๖ ยูโร (ประมาณ ๒๕๐ บาท) ใช้ได้หลาย session จนครบ ๖๐ นาทีแล้วก็ตัด การใช้งานมาเมืองไทยพบว่าทุกเว็บช้าหมดครับ ที่ยุโรปการเข้าเว็บในสหรัฐเร็วกว่าของไทยแยะ ปกติ ผมใช้ Voice over IP เพื่อโทรเข้ากรุงเทพฯฟรี พบว่าเข้าทาง wireless ของ swisscom ในเบลเยี่ยม ไม่เร็วพอที่ขะใช้ VOIP เพื่อคุยด้วยเสียงได้ ผมแปลกใจนิดๆที่อยู่ในเบลเยี่ยม แต่ผู้ให้บริการคือ Swisscom

ผมเดินทางต่อไปยังเมืองมักเดเบอร์ก (Magdeburg) อยู่ที่เยอรมนี(ในสมัยก่อน ถือว่าเป็นพื้นที่เยอรมนีตะวันออก) ใกล้นครเบอร์ลิน เมืองนี้เก่าแก่และสวยมากครับ โรงแรมที่พักไม่มีฟรีอินเทอร์เน็ต หากจะใช้ต้องซื้อคูปองหนึ่งชั่วโมง ราคา ๘.๕๐ ยูโร เมื่อซื้อมาใช้ ก็พบว่า เป็นบริการของ Swisscom เช่นเดียวกับที่เบลเยี่ยมครับ และข้อดีคือเมื่อลองเข้าด้วย password ที่ซื้อที่นครบรัสเซล ซึ่งมีเวลาเหลืออยู่ ๑๐ นาที พบว่านำมาใช้ได้เลย

ทั้งบรัสเซลและมักเดเบอร์ก รับส่งข้อมูลมายังเมืองไทยได้อย่างเก่งประมาณ 20 กิโลไบต์/วินาที เท่านั้น และเฉลี่ย อยู่ที่ประมาณ 10 กิโลไบต์/วินาที ผมมีงานที่เป็นไฟล์ใหญ่ และไม่สามารถดาวน์โหลดได้ จึงต้องไปขอใช้ access ที่สถาบันที่เราไปประชุมด้วย ที่นี่เร็วกว่าโรงแรมประมาณ ๓-๔ เท่า จึงดาวน์โหลดได้สำเร็ย และก่อนจะเข้าเครือข่ายได้ ต้องใช้เวลาตั้ง windows network อยู่พอควร เขาป้องกันไว้แน่นหนามาก ชื่อ SSID ก็ไม่ broadcast ออกมา เราต้องกรอกไปตามที่เขาบอก ที่มักเดเบอร์ก น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสไปใช้ที่สถาบันวิจัย ผมเชื่อว่าที่นี่เครือข่ายจะเร็วกว่าโรงแรมมาก เพราะเป็นสถาบันวิจัยด้าน Production, Automation และ Logistic ของ Fraunhofer Geselschaft

เมืองมักเดเบอร์ก เป็นเมืองประวัติศาสตร์สำคัญของยุโรปในอดีต สมัยผมเด็กๆ ในตำราวิทยาศาสตร์ชั้นประถม จะมีรูปภาพแสดง “การสาธิตเรื่องแรงกดดันของอากาศ ของ Otto von Guericke (ออตโต ฟอน เก-ริก-เก)” มี่เมืองมักเดเบอร์ก ในปี ค.ศ. 1650

ภาพการสาธิต Magdeburg Hemispheres - ครึ่งทรงกลมแห่งมักเดเบอร์ก

ภาพการสาธิต Magdeburg Hemispheres - ครึ่งทรงกลมแห่งมักเดเบอร์ก (จากวิกิพีเดีย)

ฟอน เก-ริก-เก เป็นนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และ ช่าง ที่ประดิษฐ์ปั๊มดูดอากาศ (vacuum pump) เป็นคนแรก เพราะเขาต้องการพิสูจน์ว่า อากาศเป็นสสาร มีแรงดัน และย้ายเข้าออกจากภาชนะได้ เมื่อที่มดไม่มีอากาศ มันจะไม่มีแรงดัน รวมทั้งทำให้เราทราบว่าร่างกายเราที่จริงถูกกดดันอยู่ตลอดเวลาด้วยความกดดันของอากาศ

ทุกวันนี้ การจัดฉากแสดงการทดลองของ ฟอน เก-ริก-เก ทางเมืองนี้เขาถือว่าเป็น Cultural show ที่มีนักท่องเที่ยวมาชมกันทุกปี น่าชื่นใจที่เขามี hero ประจำเมืองให้ภูมิใจ และมีการรักษาประวัิติศาสตร์เป็นอย่างดี คนที่นั่นเล่าว่าคนที่แสดงเป็น ฟอน เก-ริก-เก หน้าตาแกเหมือนตัวจริงเมื่อปี ค.ศ.๑๖๕๐ มาก

ผมเดินทางกลับมาประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ – วันที่เราต้องจดจำไว้ในประวัติศาสตร์ และนับว่าโชคดีที่กลับมาก่อนที่จะเกิดภูเขาไฟที่ไอซ์แลนด์ระเบิด ทำให้สายการบินต่างๆที่อยูี่ในยุโรปตอนเหนือต้องยกเลิกเที่ยวบินกันทั้งหมดมาตั้งแต่วันที่ ๑๕ เมษายน วันที่ ๑๗ เมษายน ผมมีกำหนดบินมาดูงานการพัฒนาองค์กรที่พัฒนารถไฟของประเทศญี่ปุ่่นและเกาหลี ผมจะนำเรื่องอินเทอร์เน็ตของสองประเทศนี้มาเล่าให้ฟัง เพราะในปัจจุบัน อินเทอร์เน็ตถือเป็นปัจจัยสำหรับการทำงานที่สำคัญยิ่งกว่าโทรศัพท์ แม้ผมเพิ่งจะมาญี่ปุ่นครั้งหลังสุดเมือเดือนตุลาคม ๒๕๕๒ แต่ก็พบว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดครับ…

โตเกียว (ญี่ปุ่น)

ผมเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในย่านอิเคบุกุโระ (Ikebukuro) ไม่ห่างจากชินจุกุมากนัก หลังจากเข้าห้อง ก็เริ่มใช้อินเทอร์เน็ตเลย ที่นี่มีสายเคเบิล (LAN cable) ให้ไว้ในห้องเลย เขาให้ใช้อินเทอร์เน็ตฟรี และมี laptop ให้เช่าด้วย คิดวันละ 2100 เย็น หากไม่ได้นำเครื่องมาเอง

ก่อนใช้งาน ต้องเข้าเว็บโรงแรม เพื่ออ่านเงื่อนไขการใช้งาน ในการต่อสายและเข้าเว็บ เขาไม่ต้องให้ password อะไร เนื่องจากเป็นการต่อสาย จึงทราบเสมอว่าต่อจากห้องใหน เวลาใด แต่ที่สำคัญในเงื่อนไขการใช้งานของเขาก็คือ เราต้องตรวจไวรัสก่อน มีเว็บลิ๊งค์ไปที่ Symantec เพื่อให้เราตรวจ และให้เรารับรองว่าเราไม่ปลอดจากไวรัส จะโกหกเขาก็ไม่ว่าครับ คิดว่าหากเครื่องเราไปทำร้ายเครื่องผู้อื่นเพราะติดไวรัส ก็คงปัดเป็นความผิดเราได้

อินเทอร์เน็ตที่นี่ เข้าเมืองไทยได้เร็วมากครับ ดีกว่า ADSL ที่บ้านผมที่กรุงเทพฯ ไปสหรัฐเร็วกว่าประเทศไทยมากๆ สามารถดาวน์โหลดไฟล์ใหญ่จากสหรัฐได้ด้วยความเร็วได้สูงกว่า 200 กิโลไบต์/วินาที (ยังไม่กล้าลองแบบเต็มอัตรา กลัวโรงแรมเขาจะว่าเอา)

ประเทศญี่ปุ่นเขากำลังเดินตามแผนการพัฒนาประเทศด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสังคมอย่างจริงจังครับ ที่เห็นชัดเจนก็คือ โรงแรมต่างๆคงจะต่อเข้าอินเทอร์เน็ตกันด้วยความเร็วหลายพันล้านบิตต่อวินาทีแน่นอน ทั้งนี้ ผู้ให้บริการต่างๆได้เปิดบริการ Fiber to the home กันจนมีผู้ใช้มากกว่า ADSL ตั้งแต่ปี 2009 และยิ่งไปกว่านั้น การต่ออินเทร์เน็ตเข้าห้องพัก เขาคงจะพบว่า WLAN มีความเร็วไม่พอเพียง และยังแถมต้องดูแล security ลำบากมาก จึงเข้ามาเป็นสาย

อย่างไรก็ตาม สายเข้าห้อง ยังเป็น Ethernet 100 ครับ หากจัดระบบให้ดี Ethernet 100 จะเร็วกว่า Wireless ที่เร็วที่สุด (320Mbps) เพราะ wireless ความเร็วตกตามระยะทางและตามจำนวนผู้ใช้ร่วม แต่หากนำ Ethernet 100 ต่อเข้า Switch ของโรงแรม จะใช้งานได้เร็วกว่า WLAN ที่ร่วมกันใช้หลายๆคน

สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดของผมในการมาญี่ปุ่นครั้งนี้ก็คือ ความสมบูรณ์ของการใช้ระบบ high-definition TV (HDTV)ครับ เพราะในห้องพัก กดดูทีวีญี่ปุ่นที่ส่งมาทางสายประมาณ ๕๐ ช่อง เป็น HDทุกช่องเลยครับ ส่วนที่รับตรงจากดาวเทียม (BS) ก็เป็น HD ประมาณ ๒๐ ช่อง standard definition (SDTV) หนึ่งช่อง ทั้งนี้ ทีวีข่าวต่างประเทศ (CNN, BBC, KBS, CCTV) ทั้งหมดเป็น standard definition ทั้งหมด

เวลาดู HDTV จะเป็นภาพจอกว้าง ชัดมากยังกะรูปถ่าย เมื่อ close up หน้าดารา ก็จะเห็นรายละเอียดไปจนถึงขนตา หากเป็นภาพคนจำนวนมากในสนามกิฬา จะชัดจนเกือบดูหน้าออก เวลาเปลี่ยนช่อง จะมีข้อความอธิบายว่าเราเข้าสู่รายการชื่ออะไร เริ่มมาตั้งแต่เวลาใด จะจบเวลาใด แน่นอนครับ ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เพราะ digital technology ร่วมกับผู้สร้าง content ที่พิถีพิถันด้านคุณภาพ และการใช้เทคโนโลยีจนเกิดประโยชน์อย่างพอเพียงและยั่งยืน รัฐบาลต้องมีแผนการพัฒนาประเทศที่จริงจัง โดยทำงานร่วมกับภาคการผลิต/ภาคบริการเป็นอย่างดี การรู้เท่าทันเทคโนโลยีจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีบุคลากรที่มีความรู้มาบริหารองค์กรและบริหารเทคโนโลยี

เทคโนโลยีการถ่ายทำรายการโทรทัศน์ในปัจจุบันทั้งหมดเป็นดิจิทัลหมดแล้ว ในประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน เรากำลังต้องวางแผนเพื่อการประกาศเรื่องการใช้ Digital Broadcast ซึ่งเป็นหนทางไปสู่การใช้ HDTV ที่ทำงานควบคูีกับ SDTV แบบเก่าๆอยู่ เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ทางเนคเทค สวทช.ร่วมมือกับ กทช.เพื่อสร้างความพร้อมของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ

กลับมาเรื่อง Broadband ในประเทศไทย – ในวันนี้ เราต้องยอมรับว่า พื้นฐานสำหรับการบริการโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ การออกอากาศแพร่ภาพทั่วประเทศ และอินเทอร์เน็ต ทั้งหมด ต้องพึ่งพาระบบเคเบิลใยแก้วนำแสงระหว่างจังหวัด เมือง และชุมชน ซึ่งประเทศไทย มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ไปอย่างมาก ส่วนที่ผู้ใช้มองเห็นจะเป็นส่วนน้อย ที่เรียกว่า “access network” หรือ “last mile” ซึ่งเป็นบริการที่ผู้ให้บริการหลายๆรายทำกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์เคลื่อนที่ (ไร้สาย) เคเบิลทีวี ซึ่งได้มีการเพิ่มวงจรพิเศษเข้าไปเพื่อบริการอินเทอร์เน็ต หากเติมเข้ากับโทรศัพท์บ้าน ก็เป็น ADSL หากเติมเข้าไปกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ ก็เป็น GPRS/EDGE/ หากเติมเข้ากับเคเบิลทีวี ก็เป็น cable modem

ผู้ให้บริการต่างๆในประเทศไทยในด้านต่างๆก็มีจำนวนมาก หากจะพัฒนาให้ไปได้เร็ว ทางองค์กรกำกับดูแล คือ กทช. (กสทช.ในอนาคต) ก็จะต้องจัดระเบียบให้เกิดการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการต่างๆโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน(โดยบริษัทอยู่ได้) มากกว่าที่จะแข่งขันกันเพิ่มกำไร(หรือมีต้นทุนสูง)จนประชาชนต้องใช้ของแพง ช้า และขาดทางเลือก ซึ่งผมคิดว่าจะได้มีโอกาสมาเล่าในโอกาสต่อไป

บทความนี้ยังเขียนไม่เสร็จครับ เพราะกำหนดการเดินทางไปเกาหลีคือวันที่ ๒๑ เมษายน ท่านที่อยากอ่านต่อก็เชิญเข้ามาอ่านต่อวันหลังก็แล้วกัน

Advertisements

One comment on “Broadband Service ในยุโรปและญี่ปุ่น – เมษายน 2553

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s